รีวิว โรงแรม Pranberry Earth

หลังจากเหน็ดเหนื่อยตากแดดจนดำที่บึงบัวมาแล้ว เราก็มาเช็คอินที่พัก

หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินชื่อปราณเบอรี่มาบ้าง เป็นร้านอาหารและเปิดเป็นที่พักให้พักมีสองห้องเป็นบ้านดิน (http://bit.ly/1X95CnJ) ใครอยากไปพักที่พักลักษณะแบบนี้ตอนนี้เค้าเปิดเป็นกิจลักษณะแล้วโดยใช้ชื่อว่า ปราณเบอรี่ เอิร์ธ ที่ตั้งก็อยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารปราณเบอรี่เลยแหละ เราจองผ่าน agoda ซึ่งเป็นเว็บจองออนไลน์เว็บเดียวที่หาได้(สามารถโทรจองกับโรงแรมได้เลย (086 789 8033) ห้องที่เราจองเป็น standard twin bedroom พร้อมอาหารเช้า ราคา 1900 บาท ห้องพักแต่ละห้องจะมีรูปแบบห้องไม่เหมือนกัน พักได้ตั้งแต่2-4คน (แต่ส่วนตัวเราว่าห้องที่เราพักน่ารักสุดแหละ)

Photo Feb 13, 7 37 38 PMPhoto Feb 13, 7 37 48 PMPhoto Feb 13, 7 37 53 PMPhoto Feb 13, 7 38 14 PMPhoto Feb 13, 7 38 36 PMPhoto Feb 13, 7 40 07 PMPhoto Feb 13, 7 40 21 PM

ห้องน่ารักมากกก และพนักงานก็บริการดีมากเลย ตอนเข้าห้องมาห้องมีกลิ่นอับๆเราเลยถามพนักงานว่ามีสเปรย์ฉีดห้องไหม พนักงานกลับมาพร้อมกับน้ำมันหอมระเหยแทน และอีกสิ่งที่ประทับใจคือยาสีฟันสมุนไพรที่จัดเตรียมไว้ให้ คือมันเป็นผงๆ สมุนไพรอะไรเราไม่ได้ถามผสมกับเกลือแต่ที่แน่ๆคือมันสะอาดมาก ใช้แล้วแทบไม่มีกลิ่นปากเลยชนะยาสีฟันหลอดละสองร้อยสบาย

ในส่วนของอาหารเช้า จะมีเมนูให้เลือกว่าจะรับเมนูอะไรเป็นอาหารเช้า ถ้าจำไม่ผิดมีให้เลือก2-4อย่างมั้ง เราเลือกเป็น ABF ไป รสชาติเฉยๆ แต่วัตถุดิบที่ใช้ดีอ่ะ ทุกอย่างเลย ผักออร์แกนิค ขนมปัง แยม ก็ดีและอร่อยPhoto Feb 14, 9 05 10 AMPhoto Feb 14, 9 01 45 AMPhoto Feb 14, 9 00 57 AMPhoto Feb 14, 9 01 06 AMPhoto Feb 14, 9 00 33 AMPhoto Feb 14, 9 08 41 AM

สรุป เราว่าเป็นที่พักที่น่ารักและราคาสมเหตุสมผลมากแถม agoda ก็มีลดราคาอยู่บ่อยๆ(ห้องที่เรานอนราคา 1040 บาท ณ วันที่เขียน) เหมาะกับการไปพักผ่อนชิลๆหนีจากหัวหินที่คนเยอะแยะ ที่นี่จะมีความเป็น local มากกว่าหัวหินเยอะเลยแหละ แนะนำเล้ยย

 

เขาสามร้อยยอด บึงบัวที่ไม่มีบัว

entry นี้จะพาไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติที่ส่วนตัวรู้สึกว่า underrated มาก นั่นก็คืออุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบขีรีขันธ์

อทุยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดอยู่ที่อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบขีรีขันธ์ ใช้เวลาขับรถจากกรุงเทพประมาณ2-3ชั่วโมงเท่านั้นเอง ไปเช้า-เย็นกลับก็ได้ หรือถ้าจะค้างก็ยิ่งดี เราออกเดินทางช่วงสิบโมงกว่าๆโดยใช้เส้นทางพระรามสอง ผ่านจังหวัดสมุทรสาครขับเข้าหัวหินแวะกินอาหารเที่ยงที่ร้าน…… กินเสร็จก็มุ่งหน้าไปบึงบัวกันเลย

ชื่ออย่างเป็นทางการหน่อยของบึงบัวนัี้ชื่อว่าทุ่งสามร้อยยอด เป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของที่ทำการอุทยาน การเดินทางมายังบึงบัวถ้ามาจากถนนเพชรเกษมเข้าทางซอยโรงเจ ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร เสียค่าเข้าชมอุทยานคนละ40บาท ค่าพาหนะ30บาท เข้าชมได้ทุกสถานที่ของอุทยานสามร้อยยอด ตัวอุทยานปิด4โมง(ตามที่เจ้าหน้าที่บอก) แต่เห็นคนขับรถเข้ามาได้เรื่อยๆเลยนะและเคยเห็นคนไปถ่ายทางช้างเผือกที่นี่ด้วย – -” เลยคิดว่าน่าจะปิดขายบัตรล่ะมั้ง

อุทยานสามร้อยยอดจะมีที่เที่ยวหลักๆอยู่สี่ที่คือ จุดชมวิวเขาแดง  ล่องเรือคลองเขาแดง บึงบัวสามร้อยยอด และไฮท์ไลท์คือ ถ้ำพระยานคร

กลับมาเล่าต่อ ตามชื่อ entry เท่าที่หาข้อมูลมาเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากระดับน้ำลดลงจนถึงแห้งในบางปีทำให้บึงบัวตอนนี้ไม่มีบัวแล้ว ใช่แล้วครับ ไม่มีบัวเลยซักดอกที่บึงแห่งนี้ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟู หลังจากฟื้นฟูเรียบร้อยบัวจะกลับมาออกดอกอีกครั้งช่วงมกราคม-มีนาคม โชคยังดีตอนช่วงที่ไปน้ำยังค่อนข้างสูง แต่ถึงจะไม่มีบัวบึงแห่งนี้ก็ยังคงสวยมากอยู่ดี และสวยทุกช่วงเวลาด้วย เราไปถึงเวลาประมาณบ่ายสามโมง แดดแรงจนจั๊กเปียก แต่หาได้แคร์ไม่เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆจนถึงเวลาสี่โมงกว่าๆ หันไปถามเพื่อน เอาไงดีเพิ่งสี่โมงไปไหนต่อ จะขึ้นไปจุดชมวิวเขาแดงแดดก็ไม่เป็นใจเอาซะเลย ไหม้แน่ๆเลยตกลงว่าจะรอดูพระอาทิตย์ตกอยู่ที่นี่แหละ โรแมนติกเหลือเกิน….

นั่งรอนอนเล่นในรถรอเวลาจนแดดเริ่มอ่อนก็ออกไปถ่ายรูปอีกครั้ง บอกคำเดียว สวย คิดไม่ผิดเลยที่นั่งๆนอนๆอยู่รอเวลานี้ ดูรูปเลยละกัน

ช่วงบ่ายแดดแรงงงง

Photo Feb 13, 3 47 33 PMPhoto Feb 13, 3 58 52 PMPhoto Feb 13, 4 00 48 PMPhoto Feb 13, 4 00 56 PMPhoto Feb 13, 4 03 43 PMPhoto Feb 13, 4 04 56 PMPhoto Feb 13, 5 54 20 PM

ทางเดินสะพานไม้บางช่วงไม่ค่อยดีนะครับมีเด็กเล็กๆไปด้วยควรระวัง

ช่วงเย็นพระอาทิตย์ตก

Photo Feb 13, 5 45 15 PMPhoto Feb 13, 5 51 31 PMPhoto Feb 13, 5 57 56 PMPhoto Feb 13, 6 00 28 PMPhoto Feb 13, 6 03 10 PM

Processed with VSCOcam with kk2 preset

Photo Feb 13, 6 04 13 PMPhoto Feb 13, 6 06 11 PMPhoto Feb 13, 6 07 58 PMPhoto Feb 13, 10 12 56 PM (1)Photo Feb 13, 10 12 56 PMPhoto Feb 13, 10 12 57 PM (2)Photo Feb 13, 10 12 57 PMPhoto Feb 13, 5 46 48 PMPhoto Feb 13, 5 48 10 PMPhoto Feb 13, 5 54 57 PMPhoto Feb 13, 6 16 17 PM

หลังจากนั้นก็ขับรถไปพักที่ Pranberry Earth ที่ปราณบุรี

รีวิว Red Planet Hotel สุรวงศ์ budget hotel ที่ดี

อาทิตย์ที่แล้วไปธุระแถวสุรวงศ์แต่เช้าาาและด้วยความที่บ้านตัวเองอยู่สมุทรปราการจะเข้าเมืองทีก็ไกลฉิบหายลำบากลำบนฝ่ารถติดเลยตัดสินใจนอนโรงแรมแถวๆนั้นดีกว่า แต่ด้วยความงกเลยพยายามหาโรงแรมที่ไม่แพงมากเพราะอยู่แค่แปปๆเสียเงินเยอะทำไม(จริงๆคือจน) เสิชหาอยู่พักใหญ่ๆก็ไปเจอที่ Red Planet Hotel เป็นโรงแรมเปิดใหม่ได้แค่ไม่กี่เดือนโดยนำตึกเก่ามารีโนเวท รีโนเวทจนไม่เหลือเค้าเดิมเลยแหละ

Red Planet Hotel (ชื่อเหมือนยิมและค่ายหนังโป๊มากกว่าโรงแรม) เป็นโรงแรมราคาประหยัดซึ่งแต่เดิมเคยเป็นพาร์ทเนอร์กับ Tune Hotel ของ Air Asia แต่ได้แยกตัวออกมาเมื่อปีที่แล้ว โรงแรมมีเครือข่ายอยู่ในเอเชียทั้งหมด 4ประเทศ ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น ในไทยมีทั้งหมด 5สาขาคือ อโศก สุรวงศ์ พัทยา ป่าตอง หาดใหญ่

กลับมารีวิวต่อ โทรไปเช็คห้องว่างกับทางโรงแรม พนักงานแจ้งมาว่าสามารถ walk in ได้เลยแต่เพื่อความชัวร์เลยจองผ่านเว็บไปเลยดีกว่า ราคาห้องหน้าเว็บ 1050 บาท แต่ถ้าสมัครสมาชิกจะได้ลดเหลือ 945 บาท สามารถสมัครได้ตอนจองห้องเลย ไม่มีอาหารเช้านะจ้ะซึ่งก็ไม่เป็นปัญหาเพราะแถวนั้นของกินเยอะแยะไปหมดและหน้าโรงแรมก็มี 7-11 กับร้าน Scoozi อยู่

วันเข้าพักไปถึงโรงแรมเกือบๆ4โมงเย็น ทางโรงแรมมีที่จอดรถให้แขกมาพักจอดได้ฟรีแต่อย่าลืมประทับตราก่อนออกล่ะ จัดการเช็คอินด้วยความรวดเร็ว บรรยากาศ Lobby ดูดีทีเดียวแหละ ดูไปดูมาคล้ายๆ Hostel เลยแหะ(ลืมถ่ายรูปมา ._.) พนักงานบริการดี ได้ห้องอยู่ชั้น 7

มาดูห้องกันเลย

Photo Jan 13, 3 40 55 PM

Photo Jan 13, 3 41 22 PM

Photo Jan 13, 3 43 27 PM

Photo Jan 13, 3 41 10 PM

Photo Jan 13, 3 41 32 PM

Photo Jan 13, 3 41 54 PM

Photo Jan 13, 3 41 44 PM

ห้องพักเล็กๆกะด้วยสายตาคร่าวๆเหมือนไม่น่าจะถึง 18ตรม. แต่ด้วยโทนสีและการตกแต่งห้องมีกระจกและแสงที่สว่างพอทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด เตียงดีหมอนนุ่มแต่ผ้าปูเตียงไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่แหะ ห้องน้ำมี rain shower ด้วยนะเฟ้ย ไม่ไก่กา มีสบู่แชมพูให้สุขภัณฑ์ก็ไม่แย่ น้ำไหลแรงดี ในห้องไม่มีน้ำไม่มี mini bar ให้ ต้องหาซื้อเองนะจ้ะ แต่มีตู้เย็นเล็กๆและตู้เซฟให้

ปล. รู้มาว่าที่นี่เค้าใส่ใจเรื่องความแรงของน้ำแหละ ตอนทำเซอร์เวย์หลังพักมีถามว่าน้ำไหลแรงรึเปล่า

สรุปแล้วค่อนข้างพอใจมากๆเลยกับโรงแรมนี้ 1.ราคาถูกและคุณภาพห้องดี (อาจจะเพราะยังใหม่อยู่) 2.โลเคชั่นโอเคเลยใกล้สถานที่เที่ยวหลักๆเดินทางสะดวก 3.คุณภาพการนอนถือว่าดีถึงแม้ห้องจะไม่ค่อยเก็บเสียงเท่าไหร่ 4.พนักงานบริการดี 5.Mobile App ของโรงแรมดีมากและมีประโยชน์ สามารถแชทคุยและโทรหาพนักงานผ่านแอปได้เลย และแอปก็ยังบอกสถานที่เที่ยวหรือร้านอาหารด้วย ลองโหลดมาใช้ดู ดีไซน์สวย

คะแนน 9/10 แนะนำ

 

รีวิว 360° Pano Khaoyai อีกหนึ่งตัวเลือกที่พักเขาใหญ่

ไม่พูดพร่ำทำเพลงรีวิวเลยละกัน ทริปนี้เป็น instant trip เนื่องจากได้รับบัญชาจากหม่อมแม่ว่าอยากไปเที่ยวเขาใหญ่ แน่นอนว่าที่พักไม่ได้จองเก็บของไปแล้วไปเลยที่พักหาเอาดาบหน้าละกัน ไปกันสามคนพ่อแม่ลูก

ถึงนครราขสีมาประมาณบ4โมงกว่าๆเลยขับเข้าปากช่องไปบนเส้นถนนธนะรัชต์หาที่พัก แถวนั้นที่พักเยอะมากกกกเรียงรายเต็มไปหมด ขับไปเรื่อยๆเจอทางแยกติดป้ายที่พักเยอะแยะเต็มไปหมดเลยเลี้ยวขวาเข้าไปจากถนนธนะรัชต์ประมาณ 3กิโลเมตร จะเจอทตึกทรงแปลกๆมองเห็นแต่ไกลอยู่บนเนินเขามีป้ายผ้าชี้ทางเข้าเต็มไปหมด อ่ะลองเข้าไปดูละกัน

ปล.ซอยโรงแรมจากถนนธนะรัชต์มืดมากไม่มีไฟและทางเป็นหลุมบางช่วง มาช่วงกลางคืนขับดีๆ เสิชหาโรงแรมใน Google Map ได้เลย

ถนน2

ที่พักชื่อว่า 360° Pano Khaoyai เป็นคอนโดมิเนียมและมีส่วนที่พักให้บริการรายวันชื่อว่า 360Condotel (เปิดขายเช่นกัน) ห้องพักเริ่มต้นที่ 2500-4500 บาทพร้อมอาหารเช้า นอนได้สองคนเตียงเสริม+1000บาท แต่ละเรทห้องจะขนาดไม่เท่ากัน ตกแต่งไม่เหมือนกันและอยู่คนละอาคารซึ่งอยู่บนเนินเขาลดหลั่นกันไป ราคาแพงห้องก็จะอยู่บนเนินเขาที่สูงขึ้น

แต่ๆ ห้องราคา 3500 จะมี sofa bed (ไม่ค่อยสบาย) นอนได้อีก1คน ซึ่งราคาเท่ากับ 2500+เตียงเสริมเลยแต่ห้องใหญ่กว่าเลยตกลงพักห้องนี้

ห้องขนาดประมาณ 40ตรม. ก็ไม่แย่กับราคา 3500 ซึ่งถ้าเทียบกับรีสอร์ทต่างๆที่ห้องประมาณนี้และนอนสามคนส่วนใหญ่จะราคา 5000+

Photo Jan 16, 8 09 30 PM
ห้องพัก
Photo Jan 16, 8 09 15 PM
ห้องพัก

Photo Jan 16, 8 13 45 PM

Photo Jan 16, 8 13 59 PM

ส่วนตัวให้ผ่าน

ตื่นเช้ามาอากาศเย็นๆอาหารเช้ามาเสริฟที่ห้องตอนเกือบๆ8โมง รสชาติก็ธรรมดาทั่วไป

Photo Jan 17, 8 05 29 AM

Photo Jan 17, 8 11 54 AM

กินข้าวอาบน้ำเสร็จเดินย่อยอาหารดีกว่า เดินขึ้นไปเนินที่สูงที่สุดซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารรูปทรงแปลกๆที่เห็นมาแต่ไกลนั่นล่ะ ทางค่อนข้างชันเดินเหนื่อยเลยดีที่อากาศเย็นๆ เดินไปถ่ายรูปไปชิลๆ

Photo Jan 16, 5 47 03 PM
อาคารที่เราพัก
Photo Jan 17, 9 21 02 AM
ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อย

Photo Jan 16, 5 47 20 PM

 

Photo Jan 16, 5 46 49 PM
เดินขึ้นไปบนนู้นน

เดินขึ้นซักพักก็ถึง

เอออสวยว่ะ ดูรูปเลยละกัน

Photo Jan 16, 6 03 41 PM
อาคารบนสุดมีสระว่ายน้ำ

Photo Jan 17, 9 32 03 AM

Processed with VSCOcam with kk2 preset

Processed with VSCOcam with e3 preset

Processed with VSCOcam with b3 preset

รูปทรงของอาคารสวยดี ชอบ ตอนนี้ห้องยังเหลือด้วยมั้งราคาเริม่ 2.5-25ล้าน ช่วยโปรโมทให้ ฮ่าๆ สนใจก็ลองมาดู

สรุปแล้วถือเป็นที่พักที่คุ้มค่าคุ้มราคาดี เงียบสงบวิวโอเค อากาศดี คุณภาพการนอนดี(ถ้าไม่นอน sofa bed) ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีของเขาใหญ่ การเดินทางก็ไม่อยากหาไม่ลำบากไม่ไกลจากอุทธยานแห่งชาติเขาใหญ่ด้วย

คะแนน 8/10

 

รีวิวสั้นๆ The House on Sathorn

วันนี้ไปส่งลูกค้าที่ W Hotel ส่งเสร็จหิวมากกหาที่กินนึกไม่ออก เออที่นี่ละกัน

The House on Sathorn เป็นคฤหาสน์สไตล์โคโลเนียลอายุ 126 ปีซึ่งเป็นสถานทูตรัสเซียเก่า นำมา renovate ทำใหม่เพิ่งเปิดได้ไม่นานนี้เอง ในร้านจะแบ่งเป็นสามโซนคือ The Dining Room, The Bar และ The Courtyard อาหารเที่ยงจะให้บริการที่ห้อง The Bar (12.00-14.30) โดยมี Dress Code ด้วยนะ คือห้ามใส่ขาสั้น

ตัดมาที่อาหาร

เนื่องจากมาคนเดียวเลยสั่งได้ไม่เยอะมากและไม่แน่ใจว่า portion จะใหญ่ขนาดไหนเลยไม่กล้าสั่ง

เริ่มด้วย Soda Bread อบมาได้ดีเลยPhoto Oct 30, 12 42 04 PM

แต่ทีเด็ด paste มันคือเนยเค็มธรรมดาแต่ที่สร้างสรรค์คือใส่กระเทียมเจียวและ Hawaii Charcoal Sea Salt เพิ่มกลิ่นได้ดีมากกก Photo Oct 30, 12 42 59 PM

ต่อด้วย Main Course “Wagyu Tartare” กินคู่กับขนมปังPhoto Oct 30, 12 55 14 PM Photo Oct 30, 12 53 51 PM

Texture ดีมากกกมาก น่าจะเป็นเพราะ bone marrow และซอส Gochujang หอมกลิ่นเนื้อ ข้อติอย่างเดียวคือกลิ่นพริกไทยเยอะไปนิดเลยแอบกลบกลิ่นเนื้อ เสียดาย

ต่อด้วยของหวาน Fig Tarte Photo Oct 30, 1 29 55 PM

ทำสดทำใหม่ เนื้อขนมปังหอมและกรอบมากกกก กินคู่กับไอศกรีมวานิลลาแล้วโคตรลงตัว ไม่หวานมากด้วย

สรุป เป็นอีกร้านที่ควรไปลอง เพื่อนบอก Afternoon Tea ก็ดีงามนะ เป็นร้าน hang out เก๋ๆอีกทีในกรุงเทพ

อาหาร 9.5/10                                                                                                                             บริการ 10/10                                                                                                                               ราคา 7/10

ปิดท้ายด้ว้ยรูปในร้าน ถ่ายนิดเดียวเพราะรีบPhoto Oct 30, 1 44 39 PM Photo Oct 30, 1 43 40 PM Photo Oct 30, 1 43 30 PM

รีวิวมั่วๆ Truefitt & Hill ร้านตัดผมเก่าแก่ที่สุดในโลก

ตัดผมทรงอะไรดี ตัดออกมาจะดีมั้ย ตัดที่ไหนดี คำถามเหล่านี้แม่งเกิดทุกครั้งเวลาจะตัดผมแถมร้านตัดผมผู้ชายดีๆ (ฺBarber) ก็หายากซะเหลือเกิน ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อได้เจอร้านนี้

ทีวีไดเรคไหมล่ะ

ร้าน Truefitt & Hill เป็นบาร์เบอร์ที่เก่าที่สุดในโลกจากประเทศอังกฤษ ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1805 ในเขต Mayfair กรุง London ร้านนี้ตัดผมให้คนดังๆมากมายรวมถึงราชวงศ์อังกฤษด้วย ดูไฮโซ ภาพตัดมาที่กรุงเทพ ร้านนี้ได้มาเปิดที่กรุงเทพเมื่อต้นปีที่ผ่านมาที่ห้าง Central Embassy เป็นสาขาแรก และเมื่อวันก่อนไป Emporium ก็เจอสาขาที่สอง

สิ่งที่เด่นมากๆสำหรับร้านที่เราจะพูดหาใช่เรื่องการตัดผมครับแต่เป็นกลิ่น เนื่องจากเป็นคนชอบน้ำหอมชอบดมเข้าไปปุ๊บกลิ่นเตะจมูกก่อน ภายในร้านจะเป็นกลิ่นแนว Citrus, Lime, Bergamot, Orange ซึ่งเป็นกลิ่น top notes ของโคโลญส่วนใหญ่ของร้านเค้า และผลิตภัณฑ์ทุกอย่างก็กลิ่นโทนนี้หมด ซึ่งหอมดี ชอบ ภายในร้านจะตกแต่งแบบ Old English เรียกฮิปๆว่าวินเทจน่ะแหละ เน้นโทนน้ำตาลและดำเป็นหลัก

Photo Sep 11, 11 27 34 AM IMG_3864 IMG_3863  IMG_3868

Photo Sep 11, 11 32 04 AM

นั่งรอซักพักบาร์เบอร์ก็จะมาเชิญเราไปนั่ง เสริฟน้ำ คลุมผ้าเรียบร้อยและก็สระผม ที่นี่เราไม่จำเป็นต้องเดินไปที่เตียงสระผม สระตรงที่เรานั่งได้มีอ่างสระผมอยู่ข้างหน้าเลย สระผมเสร็จก็ลงมือตัด 45นาทีผ่านไปเสร็จเรียบร้อย ถ้าใครโกนหนวดด้วยก็จะโกนหนวดต่อ

ค่าเสียหายตัดผมอย่างเดียว 1,100 บาท ถามว่าแพงมั้ย? ตอบเลยว่าแพงฉิบหาย ปกติไม่เคยตัดผมเกิน 500 บาท แต่ถามว่าคุ้มรึเปล่า โอเคนะ จุดที่ต่างจากร้านทั่วๆไปคือ

1.การบริการ แน่ล่ะ ร้านราคานี้ต้องขายบริการอยู่แล้ว                                                                 2.ฝีมือ อันนี้ core product เลยถ้าไม่ดีคงแย่ จากการที่ไปตัดมาหลายครั้งแล้วแล้วพบว่า แม้ว่าจะมีบางครั้งที่ช่างตัดออกมาได้ทรงไม่ค่อยถูกใจ แต่ ฝีมือการตัดดีมากทุกคน ถึงทรงจะไม่ถูกใจแต่ออกมาดีแหละเอางี้ดีกว่า
3.ไม่เหมาะกับทรงแฟชั่นนอกเหนือจากทรง so- called “วินเทจ” เท่าไหร่ เนื่องจากช่างเกือบทุกคนจะเชี่ยวแนวนี้ แต่ก็มีครั้งล่าสุดได้มาแบบผสมเกาหลีนิดๆไม่ต้องใส่โพเมดจนหัวแฉะ

ราคาร้านนี้เริ่มต้นที่ 300 บาท (โกนหนวด) ไปจนถึง 6,800บาท ถ้าตัดผมอย่างเดียว 1,100บาท ปิดท้ายด้วยการซื้อ wax มา 1กระปุกเพราะชอบกลิ่นล้วนๆ

IMG_3875

สรุปเป็นร้านตัดผมผู้ชายที่ฝีมือเชื่อถือได้และฝีมือ consistency ดีเลยทีเดียว ไม่ต้องคอยลุ้นครั้งนี้จะดีมั้ยหรือตัดมาต้องรออีกสามอาทิตย์ถึงจะดูดี แต่ก็แลกมากับราคาที่แพงกว่าบาร์เบอร์ทั่วๆไป2-5เท่า

Where to buy perfumes in Singapore l สิงคโปร์ ซื้อน้ำหอมที่ไหนดี

ภาษาไทยอยู่ด้านล่างนะครับ

As a  perfume enthusiast I would say Singapore is probably the capital of perfume in South East Asia (well, compared to Thailand) There are tons of perfumes and wide range of selection, even hard-to-find ones.

So, where  to buy perfumes in Singapore?

I have been to Singapore several times, for vacation, concert, shopping and such. These are information I have gathered.

Designer perfumes

Well, for most designers perfumes, if you are not too picky about the source of the perfumes (unlikely to be fake, but may not be well-stored) there are lots of places to buy them: Dollars & Scent (3 branches in Lucky Plaza), Perfume Les Paris, Jasina, Mustafa and several shops in Chinatown. These places claim to be ‘tax-free’ and ‘wholesale’ which explains the lower prices.

You can try to bargain at some of these places, too.

If you fancy custom-made scent-don’t hesitate to rummage around Little India. There are several custom-made perfume shops around the area, Jamal Kazura Aromatics for example.

Oh, come on! We can easily find those designer brands in every corner of cosmetic department, right? But what about artisan perfumes?  Here you go;

Where to buy hard-to-find perfumes in Singapore. 

Escentials

  • Acqua di Parma
  • Amouage (limited, no Library series)
  • Annick Goutal
  • Atelier Cologne
  • Caron (just 6 available)
  • Comme des Garcons (limited range)
  • Creed (mostly in 75ml only; includes new Acqua Originale collection)
  • Diptyque
  • L’Artisan Parfumeur (limited range)
  • Le Labo (only in Paragon outlet)
  • Maison Francis Kurkdjian
  • Memo
  • Miller Harris
  • Penhaligon’s (limited range)
  • Rancé
  • Serge Lutens (limited range)
  • Terry de Gunzburg
  • The Different Company (limited range)
  • Van Cleef & Arpels

Sephora

  • Bond No. 9
  • Fresh

Malmaison at The Hour Glass (Knightsbridge)

  • Full range of Frederic Malle MINUS the 50ml bottles.

Commes des Garcons Pocket Shop (Como House)

  • Most of the series

Tangs Beauty

  • Escentials (smaller selection compared to Paragon outlet)
  • Dior La Collection Privée
  • Giorgio Armani Prive
  • Guerlain (including exclusive lines)
  • Maison Martin Margiela
  • Tom Ford (Signature and Private Blends, some PB not brought in)
  • Jo Malone

Takashimaya

  • Etat Libre d’Orange (limited range, level 3)
  • Laboratorio Olfattivo
  • Bond No. 9

ION

  • Chanel Les Exclusifs counter on B1
  • Penhaligon’s flagship (full range)
  • Giorgio Armani Prive in the boutique
  • Cartier Exclusifs in boutique

World Sentosa (next to Festive Hotel)

  • Rance
  • Amouage (limited range)
  • Guerlain (including  e.g. AA Bouquet Numero 1)

Marina Bay Sands

  • Lorenzo Villoresi at Uomo-Collezioni
  • Chanel Les Exclusifs
  • Jo Malone
  • Zadig & Voltaire (#B2-71/72)
  • Penhaligon’s

Senteurs de Provence (Millenia Walk/Orchard Gateway)

  • Fragonard
  • Detaille
  • Ginestet

Changi Airport

  • Amouage (limited)
  • Rance
  • Serge Lutens (very limited range, only 6)
  • YSL Saharienne travel exclusive
  • Kenzo 10:10am in Sicilia travel exclusive
  • Martin Margiela Untitled and Untitled L’eau

Jasina (High Street Centre)

  • Very limited selection of Caron – Rose EDP, Bellodgia EDT, Pour Un Homme
  • Lots of vintages and discontinued scents dating back to the 80s such as… Shalimar Light, YSL Champagne (yes, Champagne, not Yvresse) pure parfum, vintage Guerlains, vintage Diors, vintage Chanels, vintage Rochas, vintage Nina Ricci (including Farouche parfum), vintage Ralph Lauren, the list goes on. A must-visit.
  • Spotted: YSL Jazz (original bottle), Lanvin My Sin EdT (‘Eau My Sin’)
  • Actually, most of the vintages have been cleared out.
  • Penhaligon’s testers: Blenheim Bouquet, Bluebell, Lavandula, Violetta
  • Rancé (limited selection of feminines)
  • Tom Ford Signature collection
  • occasional Armani Privé

Les Parfum (Funan Centre)

  • Similar stock to Jasina minus all the vintage extraits. Has more recently discontinued modern fragrances like the Escadas (Sunny Frutti from 1998!) vintage and exclusive versions of Must de Cartier, couple of Diors from the 80s, and really really old gift sets like a coffret of mini Nina Riccis (all discontinued) and bath/body sets.
  • Hermes Caleche Soie de Parfum to be found around $100 or under here. Hiris (50ml)

Les Parfum (Harbourfront Centre)

  • Guerlain AA Gentiana.
  • Hermès Hiris, 100ml
  • McQueen, Kingdom.

Dollars & Scents (one of the branches within Lucky Plaza)

  • La Maison de la Vanille (only 3 scents and 4 matching lotions)
  • Creed (only a few – Tabarome, Love in White)
  • Juliette Has A Gun (only Citizen Queen available at last enquiry)

Bonjour (Chinatown, Smith Street)

  • Creed (Virgin Island Water, Royal Delight)
  • Some old at their warehouse: 2 Jalan Rajah, Golden Flatted Factory 4th floor.
  • Some discontinued and some uncommon stuff.

sources: Rachel Chenster and me

ปัญหาที่ทุกคนสงสัยกันว่าไปสิงคโปร์จะซื้อน้ำหอมที่ไหนดี เพราะว่ามันถูกแสนถูกเมื่อเทียบราคากับที่ไทย หลังจากที่ได้หาข้อมูลก่อนไปมากมาย ทั้งใน Pantip และเว็บต่างๆ บวกกับที่ได้ไปมาหลายๆเที่ยวและเป็นคนที่บ้าน้ำหอมมากเลยได้รวบรวมสถานที่ที่ขายน้ำหอม ไปเลือกซื้อกันได้ตามสะดวกเลย

น้ำหอมแบรนด์ดีไซน์เนอร์ทั่วๆไป เช่น Gucci, Chanel, Burberry บลาๆ 

น้ำหอมแบรนด์พวกนี้หาซื้อง่ายมาก มีทุกแผนกในห้างที่สิงคโปร์ (เหมือนๆไทยแหละ) แต่แหล่งที่คนไทยชอบไปก็คือห้างมุสตาฟา จากประสบการณ์เรายังไม่เคยเจอของปลอมจากห้างนี้ แต่บางขวดแค่สภาพไม่ดีมากจากการเก็บ ส่วนที่อื่นๆก็จะมี Dollar&Scents ที่ห้าง Lucky Plaza มีทั้งหมดสามสาขาในห้างนี้ราคาเท่าๆกัน Perfume Les Paris อันนี้มีหลายสาขาเหมือนกันและก็ Jasinaอยู่ที่ตึก High Street Centre ตรงข้ามรัฐสภา อีกสถานที่ยอดนิยมคือที่ China Town ตรงถนนสาย Smith ST. มีหลายร้านเหมือนกันแต่สภาพการเก็บก็ไม่ค่อยดีและไม่ใช่ห้องแอร์

และถ้าอยากได้น้ำหอมแบบ custom-made เราเลือกกลิ่นผสมเองได้ แนะนำแถว Little India สามารถเลือก ผสมกลิ่นน้ำหอมเองได้เลยมีสามสี่ร้านอยู่แถวนั้น ที่เคยไปมีร้าน Jamal Kazura Aromatics

ส่วนพวกน้ำหอม Niche เลื่อนขึ้นไปดูด้านบนได้เลย มีหลายที่แล้วแต่ยี่ห้อว่าอยากได้ยี่ห้ออะไร

ส่วนราคา น้ำหอมที่นั่นถูกกว่าไทยมาก เช่นน้ำหอมยอดนิยมอย่าง Davidoff Cool Water เนี่ย ขายแค่หกร้อยกว่าบาทเท่านั้นเอง ลองเดินดูกันนะ

จบบบ