คัมภีเรียนต่อต่างประเทศ (โดยเฉพาะออสเตรเลีย) และเรื่องราวดราม่าของห้องเช่า

สวัสดี ห่างหายไปนานมากกกกกกกสำหรับการเขียนบล็อกเกินครึ่งปีเลยทีเดียว สาเหตุที่หายไปก็ไม่ใช่อะไรขี้เกียจเขียนนั่นเอง (อ่าว) จริงๆแล้วคือไปเรียนต่อน่ะแล้วไม่มีเวลาเขียน พอมีเวลาก็ขี้เกียจอยากนอนอยากพักเพราะแต่ละ assignment แม่งเหนื่อยจริงๆดูดพลังชีวิตมาก อ่ะเข้าเรื่อง entry จะเป็นการรวบรวมประสบการณ์และทริคเล็กๆน้อยในการเรียนต่อต่างประเทศ เริ่มตั้งแต่สมัครมหาลัยยันเรื่องการใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ วิธีรับมือเพื่อนกาฝากประจำกลุ่ม ทำยังไงให้รอดตายเมื่อป่วยไปไหนไม่ได้และอื่นอื่นอื่นอื่นๆ  entry นี้จะยาวมากกเพราะจะรวมทุกเรื่องไว้หมด เริ่มต้นหามหาลัย ปัญหาแรกสำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเรียนที่ไหน เรียนอะไรที่ไหนดีบลาๆ ปัญหาล้านแปดอยู่ในหัว(อย่างน้อยๆก็สำหรับเรา) เราเริ่มจากหาประเทศที่อยากไปก่อน สาเหตุที่เลือกออสเพราะ 1.ไม่ต้องนั่งเครื่องนานจนตูดเป็นตะคริว 2.ค่าใช้จ่ายไม่แพงมากเทียบกับอังกฤษและอเมริกา และที่สำคัญทำงานได้ด้วยเว้ย (แล้วได้ทำมั้ย? ไม่) 3.มีระยะเวลาเรียนสองหลักสูตรคือ 1.5ปี และ 2ปี ถ้าเลือกเรียน2ปีจะได้ Temporary Graduate visa สามารถอยู่ต่อได้อีกปีครึ่งและหางานทำได้เลย ต่างจาก 1.5ปีที่สามารถอยู่ต่อได้อีกไม่กี่เดือนหลังจากเรียนจบ ต่อมา ดูสาขาและมหาวิทยาลัยที่อยากเรียน อันนี้เกณฑ์แต่ละคนคงไม่เหมือนกันบางคนอยากไปเมืองชิคๆ บางคนก็อยากเรียนมหาวิทยาลัยดีๆ ส่วนตัวเราดูที่อันดับ ranking มหาลัยและเกณฑ์การรับเข้า สรุปไปจบที่ The University of Queensland เพราะว่าอันดับของคณะที่เราเลือก (Business School) ติดอันดับต้นๆของโลกและค่าครองชีพที่บริสเบนไม่แพงเท่าเมืองใหญ่อื่นๆในออสเตรเลียเช่นเมลเบิร์นและและซิดนีย์ ที่สำคัญเกณฑ์การรับเข้าเอาแค่ IELTS 6.5 และไม่เอา GMAT สมัครเรียน พอได้ผลสอบตามเกณฑ์ที่มหาลัยต้องการแล้ว สามารถสมัครตรงกับทางมหาวิทยาลัยได้เลยหรือถ้าไม่อยากเดินเรื่องเองทั้งหมดก็สมัครผ่านตัวแทนที่มีเยอะแยะในไทย เช่น mieca.org ทางตัวแทนจะดำเนินเรื่องให้ทุกอย่างฟรีๆไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ส่วนเอกสารต่างๆแต่ละมหาลัยจะต้องการแตกต่างกันไป หลังจากยื่นสมัครไปไม่นานมหาลัยก็ตอบรับมาชั้นรับแกเข้าเรียนแล้วนะจ่ายมัดจำด้วย เราก็ต้องทำการเซ็นเอกสารตอบรับของมหาลัยและไปธนาคารเพื่อโอนเงินค่ามัดจำให้ทางมหาลัยเป็นอันเสร็จรอบินไปเรียน หาที่อยู่ มหากาพย์โคตร epic ดราม่าเยอะมากกเ่รามีปัณหาเรื่องที่อยู่ตั้งแต่สามวันแรกที่ไปและโดนไล่ออกจากบ้าน!!  จริงๆเรื่องหาที่อยู่นี่วุ่นวายสุดเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับเรา (และเชื่อว่าของหลายๆคน เท่าที่คุยมา) เพราะว่าไม่รู้ว่าจะเริ่มจากไหนหายังไงโลเคชั่นจะดีมั้ยแพงเกินไปรึเปล่า บลาๆๆ ส่วนตัวเราจะเรียงลำดับความสำคัญคือ 1. งบสำหรับที่พักรายเดือน 2. โลคัชั่นๆๆ 3. สภาพห้อง  ข้อ 2 และ 3 เป็นสิ่งที่ท้าทายและยากที่สุดโดยเฉพาะถ้าหาที่พักไปจากไทยเลยโดยไม่ผ่านเอเจนซี่ คือเราไม่รู้เลยว่าโลเคชั่นนี้มันดีรึเปล่าเดินทางในเมืองยังไงอยู่ใกล้ห้างมั้ยใกล้มหาลัยรึเปล่าขึ้นรถตรงไหน ปวดหัว สำหรับเราเองเราไม่ได้หาผ่านเอเจนซี่เพราะที่พักของเอเจนซี่ส่วนมากจะเป็น host ซึ่งเราว่ามันเหมาะกับเด็กๆมากกว่าเพราะในบ้านมีกฎค่อนข้างเยอะและบางบ้านกำหนดเวลากลับบ้านว่าห้ามเกินกี่โมงๆ ซึ่งไม่เหมาะกับเราทุกอย่างเลย 555  เราหาที่อยู่จากเว็บ flatmates.com.au เป็นหลักและดูจากเว็บหาที่อยู่ของมหาลัย uqrentals.com.au ใช้เวลาหาอยู่ประมาณเกือบๆเดือนก็เจอห้องนึง (เจ้าของห้องชื่อ Martina) ดูจาก google maps ประกอบกับถามพี่ๆเพื่อนๆที่รู้จักที่บริสเบน (กราบขอบคุณ Chris นิ่มและพี่เมย์)  โลเคชั่นไม่น่าไกลจากมหาลัยและเดินทางง่าย เป็นห้องอพาร์ทเม้นต์สองห้องนอนแชร์กับเจ้าของห้องที่เช่าต่อมาอีกที คุยสไกป์กันโอนเงินค่าเช่าเรียบร้อยพอไปอยู่จริงโลเคชั่นก็ดีจริงแหละอยู่ไม่ไกลจากเมืองเลยใกล้บ้านมีห้างใหญ่มีซุปเปอร์มาร์เก็ตอยุ่ใกล้ๆสะดวกสบายเลยแหละ   แต่... เข้าสู่ดราม่าถ้าไม่อยากอ่านข้ามได้... ไปอยู่ได้สามวันก็โดนไล่ออกจากห้องแถมโดนขู่ว่าจะเรียกตำรวจโดยเจ้าของห้องนั่นแหละ เรื่องเริ่มจากอีป้านี่เริ่มเยอะพูดจาแย่ๆในสไกป์หลังจากที่โอนมัดจำห้องไปให้ ก็คิดว่าเออคงไม่มีไรหรอก โลกสวยมาก พอไปถึงวันแรกนางก็จัดแจงบอกกฎห้องบอกอย่าทำสกปรกอย่าเสียงดังตอนกลางคืน ก็ common sense ทั่วๆไปของการอยู่ร่วมกันแหละ ก็โอเคไม่ได้มีไรพิเศษรับได้ทุกอย่าง แต่หารู้ไม่มึงกำลังจะเจอดราม่าตั้งแต่วันแรกเลย... คืนแรกเราเปิดประตูห้องเดินเข้าห้องน้ำข้างนอกแล้วเปิดประตูห้องนอนทิ้งไว้ ทีนี้ลมมันดันประตูห้องนอนปิดปั้งงง เสียงดังเลยตื่นเช้ามาก็มีโน้ตสอดอยู่ใต้ประตูห้องเขียนบอกว่า ห้ามปิดประตูเสียงดัง!! อ่ะโอเคเราผิดเองก็ไม่ได้อะไร  คืนที่สอง เราออกจากห้องมาดื่มน้ำที่ห้องครัวพอดื่มเสร็จกำลังล้างแก้วเก็บอีเจ้าของห้องเปิดประตูมาบอกว่าเสียงล้างแก้วเสียงดังอย่าใช้ห้องครัวตอนกลางคืนสิ! เอ้าอีบ้าแค่มาดื่มน้ำทำไมเสียงดังอะไรขนาดไหนเสียงน้ำกระทบกับแก้วเนี่ย เริ่มหงุดหงิดโทรกลับไปบ่นกับแม่กับเพื่อน คือรู้สึกไม่อยากอยู่แล้วอยากย้ายออกอีนี่มันบ้าแน่ๆ วันรุ่งขึ้นเลยนัดดูที่อยู่ใหม่เดินทางดูในเมืองรัวๆ วันที่สามของการอยู่ห้องนี้คือเครียดมากไม่อยากกลับห้องไม่อยากเจอหน้าอีเจ้าของ กูทำกรรมอะไรเอาไว้ถึงมาเจออะไรแบบนี้ตั้งแต่มาถึงเลยทำไมบุญที่สะสมมาไม่พอหรือยังไง เดินเล่นในเมืองเตร็ดเตร่ถึงดึก แวะซื้อของที่ซุปเปอร์ก่อนกลับห้องพอเข้าห้องเปิดประตูเดินเอาอาหารไปเก็บที่ตู้เย็นเท่านั้นแหละ นังมาติน่าแม่งเปิดประตูห้องนอนมันออกมาด่ารัวๆบอกว่าเตือนหลายรอบละนะทำไมถึงทำเสียงดัง คือเสียงถุงพลาสติกอ่ะมึงงงงมันจะดังซักแค่ไหนทำไมเป็นหมาหรอหูดีอะไรขนาดนี้ ทนไม่ไหวเลยด่ากลับไปมั่ง ด่ากันลั่นห้องเลยไม่โอเคเจอแบบนี้ ด่าเสร็จอาบน้ำอาบท่านางสอดโน้ตมาใต้ประตูห้องน้ำบอกห้ามอาบน้ำนะมันดึกแล้ว เสียงดัง!!! ช่างแม่ง โนสนโนแคร์ อาบเสร็จก็โทรคุยกับที่บ้านบอกไม่ไหวแล้วจะย้ายออกละคุยกันถึงตีสามตอนนั้นคุยกับพ่ออยู่ซักพักอีนั่นเคาะห้องมาด่าต่อบอกทำไมไม่หลับไม่นอนเปิดไฟดึกดื่น ด่ากันเสียงดังมากตอนนั้นพ่อก็ฟังอยู่ แล้้วนางก็ไ้ล้่ออกจากห้องบอกพรุ่งนี้ย้ายออกไปเลยไม่งั้นจะเรียกตำรวจ เราก็เออกูไม่อยากอยู่หรอกอีประสาทแต่ขอค่าห้องที่โอนมาล่วงหน้าคืนด้วย สรุปที่บ้านได้ยินทุกอย่างบอกให้ย้ายออกไปเลย สรุป เราย้ายออกวันรุ่งขึ้นไปอยู่โรงแรมสามวันแล้วถึงย้ายเข้าที่อยู่ใหม่ ถือว่าโชคดีมากที่หาที่อยู่ได้เร็ว ได้ห้องใหม่อยู่คนเดียวไปเลยหมดตัดปัญหาเจออะไรแบบนี้อีก แต่เรื่องไม่จบเพราะนางไม่ยอมคืนค่าเช่าที่เหลืออีก1อาทิตย์ให้ แต่ก็โชคดีอีกที่เพื่อนชาวออสซี่แนะนำให้รู้จักกับพี่คนไทยที่นั่นเลยได้พี่เค้าช่วยคุยช่วยให้คำปรึกษา (กราบขอบคุณพี่เจี๊ยบงามๆ … Continue reading คัมภีเรียนต่อต่างประเทศ (โดยเฉพาะออสเตรเลีย) และเรื่องราวดราม่าของห้องเช่า

รีวิว โรงแรม Pranberry Earth

หลังจากเหน็ดเหนื่อยตากแดดจนดำที่บึงบัวมาแล้ว เราก็มาเช็คอินที่พัก หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินชื่อปราณเบอรี่มาบ้าง เป็นร้านอาหารและเปิดเป็นที่พักให้พักมีสองห้องเป็นบ้านดิน (http://bit.ly/1X95CnJ) ใครอยากไปพักที่พักลักษณะแบบนี้ตอนนี้เค้าเปิดเป็นกิจลักษณะแล้วโดยใช้ชื่อว่า ปราณเบอรี่ เอิร์ธ ที่ตั้งก็อยู่ไม่ไกลจากร้านอาหารปราณเบอรี่เลยแหละ เราจองผ่าน agoda ซึ่งเป็นเว็บจองออนไลน์เว็บเดียวที่หาได้(สามารถโทรจองกับโรงแรมได้เลย (086 789 8033) ห้องที่เราจองเป็น standard twin bedroom พร้อมอาหารเช้า ราคา 1900 บาท ห้องพักแต่ละห้องจะมีรูปแบบห้องไม่เหมือนกัน พักได้ตั้งแต่2-4คน (แต่ส่วนตัวเราว่าห้องที่เราพักน่ารักสุดแหละ) ห้องน่ารักมากกก และพนักงานก็บริการดีมากเลย ตอนเข้าห้องมาห้องมีกลิ่นอับๆเราเลยถามพนักงานว่ามีสเปรย์ฉีดห้องไหม พนักงานกลับมาพร้อมกับน้ำมันหอมระเหยแทน และอีกสิ่งที่ประทับใจคือยาสีฟันสมุนไพรที่จัดเตรียมไว้ให้ คือมันเป็นผงๆ สมุนไพรอะไรเราไม่ได้ถามผสมกับเกลือแต่ที่แน่ๆคือมันสะอาดมาก ใช้แล้วแทบไม่มีกลิ่นปากเลยชนะยาสีฟันหลอดละสองร้อยสบาย ในส่วนของอาหารเช้า จะมีเมนูให้เลือกว่าจะรับเมนูอะไรเป็นอาหารเช้า ถ้าจำไม่ผิดมีให้เลือก2-4อย่างมั้ง เราเลือกเป็น ABF ไป รสชาติเฉยๆ แต่วัตถุดิบที่ใช้ดีอ่ะ ทุกอย่างเลย ผักออร์แกนิค ขนมปัง แยม ก็ดีและอร่อย สรุป เราว่าเป็นที่พักที่น่ารักและราคาสมเหตุสมผลมากแถม agoda ก็มีลดราคาอยู่บ่อยๆ(ห้องที่เรานอนราคา 1040 บาท ณ วันที่เขียน) … Continue reading รีวิว โรงแรม Pranberry Earth

เขาสามร้อยยอด บึงบัวที่ไม่มีบัว

entry นี้จะพาไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติที่ส่วนตัวรู้สึกว่า underrated มาก นั่นก็คืออุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบขีรีขันธ์ อทุยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดอยู่ที่อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบขีรีขันธ์ ใช้เวลาขับรถจากกรุงเทพประมาณ2-3ชั่วโมงเท่านั้นเอง ไปเช้า-เย็นกลับก็ได้ หรือถ้าจะค้างก็ยิ่งดี เราออกเดินทางช่วงสิบโมงกว่าๆโดยใช้เส้นทางพระรามสอง ผ่านจังหวัดสมุทรสาครขับเข้าหัวหินแวะกินอาหารเที่ยงที่ร้าน...... กินเสร็จก็มุ่งหน้าไปบึงบัวกันเลย ชื่ออย่างเป็นทางการหน่อยของบึงบัวนัี้ชื่อว่าทุ่งสามร้อยยอด เป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของที่ทำการอุทยาน การเดินทางมายังบึงบัวถ้ามาจากถนนเพชรเกษมเข้าทางซอยโรงเจ ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร เสียค่าเข้าชมอุทยานคนละ40บาท ค่าพาหนะ30บาท เข้าชมได้ทุกสถานที่ของอุทยานสามร้อยยอด ตัวอุทยานปิด4โมง(ตามที่เจ้าหน้าที่บอก) แต่เห็นคนขับรถเข้ามาได้เรื่อยๆเลยนะและเคยเห็นคนไปถ่ายทางช้างเผือกที่นี่ด้วย - -" เลยคิดว่าน่าจะปิดขายบัตรล่ะมั้ง อุทยานสามร้อยยอดจะมีที่เที่ยวหลักๆอยู่สี่ที่คือ จุดชมวิวเขาแดง  ล่องเรือคลองเขาแดง บึงบัวสามร้อยยอด และไฮท์ไลท์คือ ถ้ำพระยานคร กลับมาเล่าต่อ ตามชื่อ entry เท่าที่หาข้อมูลมาเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากระดับน้ำลดลงจนถึงแห้งในบางปีทำให้บึงบัวตอนนี้ไม่มีบัวแล้ว ใช่แล้วครับ ไม่มีบัวเลยซักดอกที่บึงแห่งนี้ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟู หลังจากฟื้นฟูเรียบร้อยบัวจะกลับมาออกดอกอีกครั้งช่วงมกราคม-มีนาคม โชคยังดีตอนช่วงที่ไปน้ำยังค่อนข้างสูง แต่ถึงจะไม่มีบัวบึงแห่งนี้ก็ยังคงสวยมากอยู่ดี และสวยทุกช่วงเวลาด้วย เราไปถึงเวลาประมาณบ่ายสามโมง แดดแรงจนจั๊กเปียก แต่หาได้แคร์ไม่เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆจนถึงเวลาสี่โมงกว่าๆ หันไปถามเพื่อน เอาไงดีเพิ่งสี่โมงไปไหนต่อ จะขึ้นไปจุดชมวิวเขาแดงแดดก็ไม่เป็นใจเอาซะเลย ไหม้แน่ๆเลยตกลงว่าจะรอดูพระอาทิตย์ตกอยู่ที่นี่แหละ โรแมนติกเหลือเกิน.... นั่งรอนอนเล่นในรถรอเวลาจนแดดเริ่มอ่อนก็ออกไปถ่ายรูปอีกครั้ง … Continue reading เขาสามร้อยยอด บึงบัวที่ไม่มีบัว

รีวิว Red Planet Hotel สุรวงศ์ budget hotel ที่ดี

อาทิตย์ที่แล้วไปธุระแถวสุรวงศ์แต่เช้าาาและด้วยความที่บ้านตัวเองอยู่สมุทรปราการจะเข้าเมืองทีก็ไกลฉิบหายลำบากลำบนฝ่ารถติดเลยตัดสินใจนอนโรงแรมแถวๆนั้นดีกว่า แต่ด้วยความงกเลยพยายามหาโรงแรมที่ไม่แพงมากเพราะอยู่แค่แปปๆเสียเงินเยอะทำไม(จริงๆคือจน) เสิชหาอยู่พักใหญ่ๆก็ไปเจอที่ Red Planet Hotel เป็นโรงแรมเปิดใหม่ได้แค่ไม่กี่เดือนโดยนำตึกเก่ามารีโนเวท รีโนเวทจนไม่เหลือเค้าเดิมเลยแหละ Red Planet Hotel (ชื่อเหมือนยิมและค่ายหนังโป๊มากกว่าโรงแรม) เป็นโรงแรมราคาประหยัดซึ่งแต่เดิมเคยเป็นพาร์ทเนอร์กับ Tune Hotel ของ Air Asia แต่ได้แยกตัวออกมาเมื่อปีที่แล้ว โรงแรมมีเครือข่ายอยู่ในเอเชียทั้งหมด 4ประเทศ ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น ในไทยมีทั้งหมด 5สาขาคือ อโศก สุรวงศ์ พัทยา ป่าตอง หาดใหญ่ กลับมารีวิวต่อ โทรไปเช็คห้องว่างกับทางโรงแรม พนักงานแจ้งมาว่าสามารถ walk in ได้เลยแต่เพื่อความชัวร์เลยจองผ่านเว็บไปเลยดีกว่า ราคาห้องหน้าเว็บ 1050 บาท แต่ถ้าสมัครสมาชิกจะได้ลดเหลือ 945 บาท สามารถสมัครได้ตอนจองห้องเลย ไม่มีอาหารเช้านะจ้ะซึ่งก็ไม่เป็นปัญหาเพราะแถวนั้นของกินเยอะแยะไปหมดและหน้าโรงแรมก็มี 7-11 กับร้าน Scoozi อยู่ วันเข้าพักไปถึงโรงแรมเกือบๆ4โมงเย็น ทางโรงแรมมีที่จอดรถให้แขกมาพักจอดได้ฟรีแต่อย่าลืมประทับตราก่อนออกล่ะ จัดการเช็คอินด้วยความรวดเร็ว บรรยากาศ Lobby … Continue reading รีวิว Red Planet Hotel สุรวงศ์ budget hotel ที่ดี

รีวิว 360° Pano Khaoyai อีกหนึ่งตัวเลือกที่พักเขาใหญ่

ไม่พูดพร่ำทำเพลงรีวิวเลยละกัน ทริปนี้เป็น instant trip เนื่องจากได้รับบัญชาจากหม่อมแม่ว่าอยากไปเที่ยวเขาใหญ่ แน่นอนว่าที่พักไม่ได้จองเก็บของไปแล้วไปเลยที่พักหาเอาดาบหน้าละกัน ไปกันสามคนพ่อแม่ลูก ถึงนครราขสีมาประมาณบ4โมงกว่าๆเลยขับเข้าปากช่องไปบนเส้นถนนธนะรัชต์หาที่พัก แถวนั้นที่พักเยอะมากกกกเรียงรายเต็มไปหมด ขับไปเรื่อยๆเจอทางแยกติดป้ายที่พักเยอะแยะเต็มไปหมดเลยเลี้ยวขวาเข้าไปจากถนนธนะรัชต์ประมาณ 3กิโลเมตร จะเจอทตึกทรงแปลกๆมองเห็นแต่ไกลอยู่บนเนินเขามีป้ายผ้าชี้ทางเข้าเต็มไปหมด อ่ะลองเข้าไปดูละกัน ปล.ซอยโรงแรมจากถนนธนะรัชต์มืดมากไม่มีไฟและทางเป็นหลุมบางช่วง มาช่วงกลางคืนขับดีๆ เสิชหาโรงแรมใน Google Map ได้เลย ที่พักชื่อว่า 360° Pano Khaoyai เป็นคอนโดมิเนียมและมีส่วนที่พักให้บริการรายวันชื่อว่า 360Condotel (เปิดขายเช่นกัน) ห้องพักเริ่มต้นที่ 2500-4500 บาทพร้อมอาหารเช้า นอนได้สองคนเตียงเสริม+1000บาท แต่ละเรทห้องจะขนาดไม่เท่ากัน ตกแต่งไม่เหมือนกันและอยู่คนละอาคารซึ่งอยู่บนเนินเขาลดหลั่นกันไป ราคาแพงห้องก็จะอยู่บนเนินเขาที่สูงขึ้น แต่ๆ ห้องราคา 3500 จะมี sofa bed (ไม่ค่อยสบาย) นอนได้อีก1คน ซึ่งราคาเท่ากับ 2500+เตียงเสริมเลยแต่ห้องใหญ่กว่าเลยตกลงพักห้องนี้ ห้องขนาดประมาณ 40ตรม. ก็ไม่แย่กับราคา 3500 ซึ่งถ้าเทียบกับรีสอร์ทต่างๆที่ห้องประมาณนี้และนอนสามคนส่วนใหญ่จะราคา 5000+ ส่วนตัวให้ผ่าน ตื่นเช้ามาอากาศเย็นๆอาหารเช้ามาเสริฟที่ห้องตอนเกือบๆ8โมง รสชาติก็ธรรมดาทั่วไป กินข้าวอาบน้ำเสร็จเดินย่อยอาหารดีกว่า เดินขึ้นไปเนินที่สูงที่สุดซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารรูปทรงแปลกๆที่เห็นมาแต่ไกลนั่นล่ะ ทางค่อนข้างชันเดินเหนื่อยเลยดีที่อากาศเย็นๆ เดินไปถ่ายรูปไปชิลๆ   … Continue reading รีวิว 360° Pano Khaoyai อีกหนึ่งตัวเลือกที่พักเขาใหญ่

รีวิวสั้นๆ The House on Sathorn

วันนี้ไปส่งลูกค้าที่ W Hotel ส่งเสร็จหิวมากกหาที่กินนึกไม่ออก เออที่นี่ละกัน The House on Sathorn เป็นคฤหาสน์สไตล์โคโลเนียลอายุ 126 ปีซึ่งเป็นสถานทูตรัสเซียเก่า นำมา renovate ทำใหม่เพิ่งเปิดได้ไม่นานนี้เอง ในร้านจะแบ่งเป็นสามโซนคือ The Dining Room, The Bar และ The Courtyard อาหารเที่ยงจะให้บริการที่ห้อง The Bar (12.00-14.30) โดยมี Dress Code ด้วยนะ คือห้ามใส่ขาสั้น ตัดมาที่อาหาร เนื่องจากมาคนเดียวเลยสั่งได้ไม่เยอะมากและไม่แน่ใจว่า portion จะใหญ่ขนาดไหนเลยไม่กล้าสั่ง เริ่มด้วย Soda Bread อบมาได้ดีเลย แต่ทีเด็ด paste มันคือเนยเค็มธรรมดาแต่ที่สร้างสรรค์คือใส่กระเทียมเจียวและ Hawaii Charcoal Sea Salt เพิ่มกลิ่นได้ดีมากกก ต่อด้วย Main Course "Wagyu Tartare" กินคู่กับขนมปัง Texture … Continue reading รีวิวสั้นๆ The House on Sathorn

รีวิวมั่วๆ Truefitt & Hill ร้านตัดผมเก่าแก่ที่สุดในโลก

ตัดผมทรงอะไรดี ตัดออกมาจะดีมั้ย ตัดที่ไหนดี คำถามเหล่านี้แม่งเกิดทุกครั้งเวลาจะตัดผมแถมร้านตัดผมผู้ชายดีๆ (ฺBarber) ก็หายากซะเหลือเกิน ปัญหานี้จะหมดไปเมื่อได้เจอร้านนี้ ทีวีไดเรคไหมล่ะ ร้าน Truefitt & Hill เป็นบาร์เบอร์ที่เก่าที่สุดในโลกจากประเทศอังกฤษ ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1805 ในเขต Mayfair กรุง London ร้านนี้ตัดผมให้คนดังๆมากมายรวมถึงราชวงศ์อังกฤษด้วย ดูไฮโซ ภาพตัดมาที่กรุงเทพ ร้านนี้ได้มาเปิดที่กรุงเทพเมื่อต้นปีที่ผ่านมาที่ห้าง Central Embassy เป็นสาขาแรก และเมื่อวันก่อนไป Emporium ก็เจอสาขาที่สอง สิ่งที่เด่นมากๆสำหรับร้านที่เราจะพูดหาใช่เรื่องการตัดผมครับแต่เป็นกลิ่น เนื่องจากเป็นคนชอบน้ำหอมชอบดมเข้าไปปุ๊บกลิ่นเตะจมูกก่อน ภายในร้านจะเป็นกลิ่นแนว Citrus, Lime, Bergamot, Orange ซึ่งเป็นกลิ่น top notes ของโคโลญส่วนใหญ่ของร้านเค้า และผลิตภัณฑ์ทุกอย่างก็กลิ่นโทนนี้หมด ซึ่งหอมดี ชอบ ภายในร้านจะตกแต่งแบบ Old English เรียกฮิปๆว่าวินเทจน่ะแหละ เน้นโทนน้ำตาลและดำเป็นหลัก   นั่งรอซักพักบาร์เบอร์ก็จะมาเชิญเราไปนั่ง เสริฟน้ำ คลุมผ้าเรียบร้อยและก็สระผม ที่นี่เราไม่จำเป็นต้องเดินไปที่เตียงสระผม สระตรงที่เรานั่งได้มีอ่างสระผมอยู่ข้างหน้าเลย สระผมเสร็จก็ลงมือตัด … Continue reading รีวิวมั่วๆ Truefitt & Hill ร้านตัดผมเก่าแก่ที่สุดในโลก